ชวนทำความรู้จัก 13 ไดโนเสาร์สายพันธุ์อีสาน กับการยกระดับสู่เส้นทางท่องเที่ยวดินแดนไดโนเสาร์ จ.กาฬสินธุ์

พิพิธภัณฑ์สิรินธร อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์

เรื่องโดย นิสิตสาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ปัจจุบัน ทั้งพิพิธภัณฑ์สิรินธรและภูน้อยได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางการศึกษาที่สำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่สามารถเชื่อมโยงเรื่องราวของวิถีชีวิต วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ยุคดึกดำบรรพ์เข้าด้วยกัน ทำให้กาฬสินธุ์เป็นจังหวัดที่มีเอกลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยาและบรรพชีวินที่โดดเด่นของประเทศไทย​​​​​​​​​​​​​​​​ และเป็นความภูมิใจของภาคอีสานอีกด้วย

13 ไดโนเสาร์สายพันธุ์อีสาน ที่อยากให้คุณผู้อ่านได้รู้จัก

ฟอสซิลเป็นเหมือน “แคปซูลเวลา” ทางธรรมชาติ ที่ช่วยให้เราเข้าใจประวัติศาสตร์ของโลกและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตอย่างลึกซึ้ง นักวิทยาศาสตร์ใช้ฟอสซิลในการศึกษาสิ่งมีชีวิตที่สูญพันธุ์ วิเคราะห์ระบบนิเวศในอดีต และทำความเข้าใจสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา นอกจากนี้ ฟอสซิลยังช่วยให้เรามองเห็นภาพของโลกในอดีต ตั้งแต่สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในมหาสมุทรโบราณ ไปจนถึงไดโนเสาร์ที่เคยครองพื้นดิน หลักฐานเหล่านี้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการศึกษาเรื่องวิวัฒนาการ

เราจะพาทุกคนย้อนเวลาข้ามมิติกลับไปเมื่อหลายล้านปีก่อน ในตอนที่โลกใบนี้ยังมีสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม คือ ไดโนเสาร์ เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถือได้ว่าครองโลกในยุคนั้น และประเทศไทยของเราถือเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีการค้นพบเศษซากกระดูกของไดโนเสาร์ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน และจากการค้นพบสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์มากมายเหล่านี้ทำให้เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า อีสานในยุคนั้นเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต

ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน (Phuwiangosaurus sirindhornae)

เรามาเริ่มกันที่สายพันธุ์แรก เป็นไดโนเสาร์ซอโรพอดชนิดแรกที่ถูกค้นพบในไทย ปี 1981 โดยคณะสำรวจโบราณชีววิทยาไทย-ฝรั่งเศส ที่นำโดยคุณวราวุธ สุธีธร ค้นพบที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง จ.ขอนแก่น ไดโนเสาร์ตัวนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ ที่มีคอยาวและมีขนาดลำตัวประมาณ 15-20 เมตร สูงประมาณ 3 เมตรและอาจมีน้ำหนักมากถึง 17 ตัน มีโครงสร้างกระดูกที่แข็งแรง เดินด้วยสี่เท้า จากการศึกษาจากฟอสซิล พบว่า ภูเวียงโกซอรัสอาศัยอยู่ในช่วงยุคครีเทเชียสตอนต้นเมื่อ 130 ล้านปีที่ผ่านมา และมักจะอยู่รวมกันเป็นฝูงเพื่อป้องกันนักล่า

ชื่อภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน ถูกตั้งชื่ออย่างเป็นทางการในปี 1994 ตามอำเภอภูเวียง ซึ่งเป็นสถานที่ค้นพบฟอสซิล ส่วนชื่อชนิดได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระนามาภิไชย สิรินธร ให้เป็นชื่อและการค้นพบไดโนเสาร์ซอโรพอดชนิดแรกของประเทศไทยตัวนี้ นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาวิวัฒนาการของไดโนเสาร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สยามโมซอรัส สุธีธรนิ (Siamosaurus suteethorni)

เป็นไดโนเสาร์เทอโรพอดกินเนื้อตัวแรกที่ถูกค้นพบในประเทศไทย โดยนักธรณีวิทยาและนักบรรพชีวินวิทยาชาวไทยและชาวฝรั่งเศส ที่ภูประตูตีหมา อุทยานแห่งชาติภูเวียง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น ในปี 1986 สยามโมซอรัสถูกจัดอยู่ในกลุ่มไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดกลางที่มีความว่องไว มีขนาดลำตัวประมาณ 7 เมตร เดิน 2 ขา และฟันมีลักษณะเป็นทรงกรวย มีร่องและสันเรียงสลับคล้ายฟันของจระเข้ นอกจากนี้ยังมีกรงเล็บคล้ายรูปร่างตะขอที่นิ้วโป้งของขาหน้า สันนิษฐานว่ามีแหล่งอาหารอยู่ริมน้ำ กินปลาเป็นอาหาร ในยุคครีเทเชียสตอนต้นเมื่อ 130 ล้านปีที่ผ่านมา ชื่อสยามโมซอรัส สุธีธรนี ถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ ดร.วราวุธ สุธีธร ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในการศึกษาซากดึกดำบรรพ์สัตว์มีกระดูกสันหลังในประเทศไทย 

สยามโมซอรัส ถือเป็นหนึ่งในไดโนเสาร์กินเนื้อที่เก่าแก่ที่สุดที่อาจเป็นบรรพบุรุษของไทรันโนซอรัส อีกทั้งยังแสดงให้เห็นว่าไดโนเสาร์กินเนื้อในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้มีความหลากหลาย และการค้นพบนี้ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับไดโนเสาร์กินเนื้อในภูมิภาคเอเชีย

กินรีมิมัส ขอนแก่นเอนซิส (Kinnareemimus khonkaenensis)

เป็นไดโนเสาร์ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มย่อยของเทอโรพอดหรือกลุ่มไดโนเสาร์ที่กินเนื้อเป็นหลัก ถูกค้นพบโดย คณะสำรวจไทยและฝรั่งเศส ที่อุทยานแห่งชาติภูเวียงจังหวัดขอนแก่นในปี 1995 กินรีมิมัสมีความยาวประมาณ 1-2 เมตร เดินสองขา และวิ่งเร็ว มีลักษณะเด่นคือมีหัวเล็กขาหลังยาวส่วนใหญ่มีรูปร่างผอมเพรียวคล้ายกับนกกระจอกเทศ จำแนกเป็นไดโนเสาร์กลุ่มออร์นิโทมิโมซอเรีย (Ornithomimosauria) และพบว่ากินรีมิมัสเป็นไดโนเสาร์ที่มีลักษณะเก่าแก่กว่าไดโนเสาร์ชนิดๆที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน จากการศึกษาจากฟอสซิลพบว่า กินรีมิมัส เป็นไดโนเสาร์ที่อาศัยอยู่ในช่วงครีเทเชียสตอนต้นหรือประมาณ 130 ล้านปีที่ผ่านมา ชื่อกินรีมิมัส ขอนแก่นเอนซิส ถูกตั้งอย่างเป็นทางการในปี 2009 และชื่อมาจาก กินรี ตัวละครในวรรณคดีไทนที่มีร่างเป็นสตรีแต่ขาเป็นนกและ ขอนแก่นเอนซิส มาจากสถานที่ที่ค้นพบคือ จังหวัดขอนแก่น การค้นพบ กินรีมิมัส ขอนแก่นเอนซิส บ่งชี้ถึงการแพร่กระจายของออร์นิโธมิโมซอร์ในช่วงยุคครีเทเชียสตอนต้น

สยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส (Siamotyrannus isanensis)

เป็นไดโนเสาร์เทอโรพอดกินเนื้ออีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ค้นพบในเป็นเทศไทย และเป็นอีกหนึ่งนักล่าขนาดใหญ่ในยุค ครีเทเชียสตอนต้นหรือประมาณ 130 ล้านปีที่ผ่านมา สยามโมไทรันนัส ถูกค้นพบครั้งแรกที่ ภูประตูตีหมา อุทยานแห่งชาติภูเวียง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น ในปี 1993 โดยทีมนักบรรพชีวินวิทยาชาวไทย นำโดย ดร.วราวุธ สุธีธร และคณะ ขนาดตัวสยามโมไทรันนัสมีความยาวประมาณ 6-7 เมตร น้ำหนักตัวประมาณ 1-2 ตันมีขาหลังที่แข็งแรง ขาหน้าเล็กสั้น กะโหลกใหญ่ ลักษณะของฟันเป็นฟันเลื่อยและคม เหมาะสำหรับการฉีกเนื้อ และยังมีการสันนิษฐานว่า สยามโมไทรันนัสเป็นบรรพบุรุษของ ไทแรนโนซอรัส(ทีเร็กซ์) ที่มีการวิวัฒนาการครั้งแรกที่เอเชียและค่อยแพร่กระจายไปทางอเมริกาเหนือในช่วงยุคครีเทเชียสตอนปลาย ชื่อสยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส ชื่อนี้หมายถึง ทรราชแห่งสยามจากภาคอีสาน Siam มาจากชื่อเก่าของไทยเพราะถูกค้นพบในประเทศไทย Tyrannus ในภาษากรีกแปลว่า ทรราช ในที่นี้หมายถึงสมาชิกของกลุ่มไทรันโนซอริเด Isan หมายถึง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและ -ensis วิภัตติต่อท้ายหมายถึงมาจากสถานที่นั้นๆ (กรีก) ซึ่งถูกตั้งอย่างเป็นทางการในปี 1996

สยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส เป็นหลักฐานสำคัญของวิวัฒนาการไดโนเสาร์กินเนื้อในเอเชีย โดยช่วยเติมเต็มช่องว่างระหว่างไดโนเสาร์นักล่าในยุคจูแรสซิกและไทรันโนซอริดส์ยุคครีเทเชียส การค้นพบฟอสซิลของมันในประเทศไทยยังสนับสนุนแนวคิดว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นศูนย์กลางสำคัญของการกระจายพันธุ์ไดโนเสาร์ในอดีตอีกด้วย

อีสานโนซอรัส อรรถวิภัชน์ชี (Isanosaurus attavipatchi)

ชื่อ อีสานโนซอรัส อรรถวิภัชน์ชี ถูกตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 2000 ตามแหล่งที่ค้นพบคือภาคอีสานของประเทศไทยรวมกับคำว่า saorus ภาษากรีกแปลว่า สัตว์เลื้อยคลานหรือกิ้งก่า และชื่อของชนิดถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้แก่ นายปรีชา อรรถวิภัชน์ อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ผู้สนับสนุนงานสำรวจศึกษาวิจัยซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ของไทย การค้นพบอีสานโนซอรัส อรรถวิภัชน์ชิ มีความสำคัญในการศึกษาเกี่ยวกับต้นกำเนิดและวิวัฒนาการของไดโนเสาร์ซอโรพอดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากเป็นหลักฐานที่แสดงว่าพื้นที่แห่งนี้มีไดโนเสาร์อาศัยอยู่ตั้งแต่ยุด ไทรแอสซิกตอนปลาย

เป็นไดโนเสาร์ซอโรพอดที่เก่าแก่ที่สุดที่โลกเคยค้นพบ ซึ่งถูกค้นพบที่อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ โดยคณะสำรวจโบราณชีววิทยาไทย – ฝรั่งเศส ในปี 1998 อีสานโนซอรัสเป็นไดโนเสาร์ซอโรพอดขนาดกลาง คอยาว หางยาว เดินด้วยสี่ขาซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของไดโนเสาร์กลุ่มซอโรพอด จากชิ้นส่วนของกระดูกที่ค้นพบ คาดคะเนความยาวได้ประมาณ 6.5 เมตร แต่กระดูกที่ยังไม่เชื่อมต่อกันดีบ่งบอกได้ว่ายังเป็นวัยเยาว์ คาดว่าเมื่อโตเต็มวัยอาจจะมีขนาดได้ถึง 12-15 เมตร อีสานโนซอรัส มีชีวิตอยู่ในยุคไทรแอสซิกตอนปลาย หรือประมาณ 210 ล้านปีที่ผ่านมา

ซิตตะโกซอรัส สัตยารักษ์กิ(Psittacosaurus sattayaraki)

ชื่อชิตตะโกซอรัส สัตยารักษ์กิ ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้แก่ นายนเรศ สัตยารักษ์ นักธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี ผู้ค้นพบไดโนเสาร์ชนิดนี้เป็นคนแรก  ซึ่งก่อนหน้านี้มีการค้นพบไดโนเสาร์ปากนกแก้วเฉพาะในแถบเอเชียกลาง เช่น มณฑลชานตุง มองโกเลีย และไซบีเรีย แต่เมื่อค้นพบชิตตะโกซอรัสในประเทศไทยจึงเป็นเครื่องยืนยันว่าไดโนเสาร์ชนิดนี้มีการแพร่กระจายมาจนถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังช่วยยืนยันการเชื่อมต่อของแผ่นดินและการกระจายตัวของสิ่งมีชีวิตในยุคครีเทเชียส ชิตตะโกซอรัสยังเป็นไดโนเสาร์เซอราทอปเซียที่เก่าแก่ที่สุดก่อนที่จะวิวัฒนาการมาเป็นไดโนเสาร์ที่มีเขาอย่าง ไทรเซอราทอปส์

เป็นไดโนเสาร์กินพืชขนาดเล็ก แม้ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่าถูกค้นพบในปีใด แต่พบในพื้นที่อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ โดยนักสำรวจทางธรณีวิทยาของกรมทรัพยากรธรณี และนักบรรพชีวินวิทยาชาวไทยและผู้ที่ค้นพบคนแรกคือนายนเรศ สัตยารักษ์ ซิตตะโกซอรัส เป็นไดโนเสาร์กินพืชขนาดเล็กกลุ่มเซอราทอปเชียน ปากมีลักษณะเป็นจะงอย คล้ายปากนกแก้ว มีความยาวตัวประมาณ 1 เมตรเดินด้วยขาสองขาหรือสี่ขาเป็นบางโอกาส บริเวณหางมีขนยาวคล้ายแปรง ที่เป็นลักษณะเฉพาะของไดโนเสาร์กลุ่มนี้ และเชื่อว่ามักจะอยู่รวมกันเป็นฝูงเพื่อป้องกันตัวจากนักล่า ชิตตะโกซอรัสมีชีวิตอยู่ในยุคครีเทเชียสตอนต้นหรือประมาณ 130 ล้านปีที่ผ่านมา

สยามโมดอน นิ่มงามมิ (Siamodon nimngami)

เป็นไดโนเสาร์ออร์นิโธพอดสกุลใหม่ชนิดใหม่ของโลก กลุ่มอิกัวโนดอน โดยถูกค้นพบที่เหมืองหินทราย บ้านสะพานหิน ตำบลสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา โดยนายวิทยา นิ่มงาม และไม่อาจทราบปีที่ค้นพบแน่ชัด สยามโมดอนเป็นไดโนเสาร์กินพืชที่มีลักษณะกระดูกสะโพกแบบนก ขาหลังทั้งสองข้างมีขนาดใหญ่ ขาหน้ามีขนาดเล็กกว่ามาก สามารถเดินได้ทั้งสองขา หรือใช้ขาหน้าช่วยพยุงในการเดินสี่ขา ชื่อสยามโมดอน นิ่มงานมิมาจากคำว่า สยาม ซึ่งเป็นชื่อเดิมของประเทศไทย รวมกับคำว่า odon ที่หมายถึง ฟัน ส่วนชื่อชนิด นิ่มงามมิ ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่คุณวิทยา นิ่มงาม ผู้ค้นพบฟอสซิลดังกล่าวโดยถูกตั้งชื่ออย่างเป็นทางการในปี 2011

การค้นพบสยามโมดอน นิ่มงามมิ ช่วยเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับความหลากหลายและการกระจายตัวของไดโนเสาร์อิกัวโนดอนในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าไดโนเสาร์กลุ่มนี้ปรากฏขึ้นครั้งแรกในเอเชียก่อนที่จะกระจายไปยังภูมิภาคอื่นของโลก

สิรินธรนา โคราชเอนซิส (Sirindhorna khoratensis)

เป็นไดโนเสาร์เป็นไดโนเสาร์ ออร์นิโธพอด กลุ่มที่เรียกว่า อิกัวโนดอน กินพืชเป็นอาหาร มีกระดูกสะโพกแบบนก และอยู่ในกลุ่มย่อยที่มีหัวแม่มือเป็นเดือยแหลม ฟันคล้ายอิกัวน่า แต่มีขนาดใหญ่กว่า อาศัยอยู่ในช่วงยุคครีเทเชียสตอนกลาง เมื่อประมาณ 115 ล้านปีก่อน พบที่บ้านสะพานหิน ตำบลสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อปีพ.ศ. 2550 โดยคณะสำรวจขุดค้นไดโนเสาร์ไทย – ญี่ปุ่น ศึกษาวิจัยโดย Dr.Masateru Shibata และคณะ พบว่าเป็นไดโนเสาร์อิกัวโนดอนต์สกุลใหม่และชนิดใหม่ของโลก และตีพิมพ์ในวารสารวิชาการเมื่อปี พ.ศ. 2558 ซากดึกดำบรรพ์ต้นแบบที่นำมาใช้ตั้งชื่อไดโนเสาร์ สิรินธรนาโคราชเอนซิส ประกอบด้วยชิ้นส่วนกะโหลกและโครงกระดูกอีกจำนวนหนึ่ง

โดยชื่อสกุลตั้งเพื่อถวายพระเกียรติแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช กุมารี ส่วนชื่อชนิดตั้งชื่อตามแหล่งที่ค้นพบ คือ จังหวัดนครราชสีมา หรือเมืองโคราช รวมกับคำว่า ensis ภาษาละติน แปลว่า มาจาก หรือแห่ง

ราชสีมาซอรัส สุรนารีเอ (Ratchasimasaurus suranareae)

ชื่อราชสีมาซอรัส สุรนารีเอมาจากชื่อจังหวัดนครราชสีมา สุรนารีเอ ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ท้าวสุรนารี วีรสตรีของจังหวัด การค้นพบราชสีมาซอรัส สุรนารีเอ ช่วยเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับความหลากหลายของไดโนเสาร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยืนยันว่าพื้นที่นี้เคยเป็นถิ่นที่อยู่ของไดโนเสาร์หลากหลายสายพันธุ์ในอดีต เป็นไดโนเสาร์ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีสะโพกแบบนกเป็นกลุ่มเดียวกันกับ อีโกนัวดอน ถูกค้นพบที่ตำบลโคกกรวดอำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา โดยงานวิจัยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมากับพิพิธภัณฑ์ฟูกิอิ ในปี 2007 ราชสีมาซอรัสเป็นไดโนเสาร์กินพืช ซึ่งมีลักษณะฟันแบบอีกัวนา มีขนาดความยาวของตัวประมาณ 6-7 เมตร สามารถเดินได้ทั้งสองขาและสี่ขา ขาหลังจะมีขนาดใหญ่และแข็งแรงกว่าขาหน้า ขาหน้ามี 5 นิ้ว หัวแม่มือเป็นเดือยแหลมที่อาจใช้ป้องกันตัว มีกะโหลกศีรษะคล้ายม้า ปากเป็นจะงอย ฟันแบนรูปร่างคล้ายใบไม้ มีสันคล้ายผิวของผลมะเฟือง ราชสีมาซอรัสมีชีวิตอยู่ในช่วงยุคครีเทเชียสตอนกลางหรือประมาณ 100-115 ล้านปีที่ผ่านมา

ภูเวียงเวเนเตอร์ แย้มนิยมมิ (Phuwiangvenator yaemniyomi)

ชื่อ “ภูเวียงเวเนเตอร์” ตั้งขึ้นจาก “ภูเวียง” ซึ่งเป็นสถานที่ค้นพบ และคำว่า “Venator” ซึ่งเป็นภาษาละติน แปลว่า “นักล่า” สื่อถึงลักษณะของมันในฐานะนักล่าที่รวดเร็วและทรงพลัง ส่วนคำว่า “yaemniyomi” ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ คุณสุธรรม แย้มนิยม ผู้ค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ชิ้นแรกของประเทศไทย โดยการค้นพบ ภูเวียงเวเนเตอร์ แย้มนิยมมิ นับเป็นก้าวสำคัญในการศึกษาวิวัฒนาการของไดโนเสาร์นักล่าในเอเชีย และช่วยให้เข้าใจถึงความหลากหลายของสัตว์ดึกดำบรรพ์ในประเทศไทยมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่า ประเทศไทยเคยเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของไดโนเสาร์นักล่าหลายสายพันธุ์ ในอดีต

เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อชนิดใหม่ของโลก และเป็นไดโนเสาร์ตัวที่ 10 ที่ถูกค้นพบในประเทศไทย ซากดึกดำบรรพ์ของมันถูกพบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2536 ที่ หลุมขุดค้นที่ 9B อุทยานแห่งชาติภูเวียง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น แต่ได้รับการศึกษาวิจัยและประกาศเป็นสายพันธุ์ใหม่อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2562 โดยทีมวิจัยจากกรมทรัพยากรธรณี ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ภูเวียงเวเนเตอร์ เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดกลาง มีความยาวลำตัวประมาณ 5-6 เมตร จัดอยู่ในกลุ่ม Megaraptora ซึ่งเป็นกลุ่มไดโนเสาร์นักล่าที่มีความว่องไว มีขาหน้าและขาหลังที่ยาว บ่งบอกถึงความสามารถในการวิ่งเร็ว นอกจากนี้ยังมี กรงเล็บขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยในการจับเหยื่อ เชื่อกันว่าไดโนเสาร์ชนิดนี้อาศัยอยู่ในช่วงต้นยุคครีเทเชียส ราว 130 ล้านปีก่อน

วายุแรพเตอร์ หนองบัวลำภูเอนซิส (Vayuraptor nongbualamphuensis)

ชื่อ “วายุแรพเตอร์” มาจากคำว่า “วายุ” ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤต หมายถึง เทพแห่งลม และ “raptor” ซึ่งเป็นภาษาละติน แปลว่า หัวขโมย สื่อถึงความปราดเปรียวและความสามารถในการล่าเหยื่อของมัน ส่วนคำว่า “หนองบัวลำภูเอนซิส” ตั้งขึ้นตามชื่อจังหวัดที่มีการค้นพบวายุแรพเตอร์ หนองบัวลำภูเอนซิส จัดเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่มีลักษณะขาหลังยาวเรียว บ่งบอกถึงความสามารถในการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว เชื่อกันว่าเป็นนักล่าที่ใช้ความเร็วในการไล่ล่าเหยื่อ และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนกมากกว่าไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ทั่วไป 

การค้นพบ วายุแรพเตอร์ นับเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่ช่วยเสริมองค์ความรู้เกี่ยวกับไดโนเสาร์นักล่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของไดโนเสาร์ที่เคยอาศัยอยู่ในประเทศไทยเมื่อหลายล้านปีก่อนเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อชนิดใหม่ของโลก และเป็นไดโนเสาร์ตัวที่ 11 ที่ถูกค้นพบในประเทศไทย มีขนาดลำตัวประมาณ 4-4.5 เมตร จัดอยู่ในกลุ่ม basal Coelurosauria แต่บางแหล่งข้อมูลจัดให้อยู่ในกลุ่ม Megaraptora ซึ่งเป็นไดโนเสาร์นักล่าที่ว่องไวและทรงพลัง ไดโนเสาร์สายพันธุ์นี้มีชีวิตอยู่ในช่วงยุคครีเทเชียส ราว 130 ล้านปีก่อน และถูกค้นพบที่อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ จังหวัดหนองบัวลำภู โดยซากดึกดำบรรพ์ของ วายุแรพเตอร์ ถูกค้นพบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2531 โดยนายพลาเดช ศรีสุข แต่ได้รับการศึกษาวิจัยและประกาศเป็นสายพันธุ์ใหม่อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2562 โดยทีมวิจัยจากศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

สยามแรปเตอร์ สุวัจน์ติ (Siamraptor suwati)

การค้นพบนี้ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 โดยเป็นผลงานของทีมวิจัยจากสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี ชื่อ “สยามแรปเตอร์ สุวัจน์ติ” ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ผู้ที่ให้การสนับสนุนการวิจัยด้านซากดึกดำบรรพ์ในพื้นที่นี้มาอย่างยาวนาน การค้นพบ Siamraptor suwati ไม่เพียงแต่ช่วยขยายความเข้าใจเกี่ยวกับวิวัฒนาการของไดโนเสาร์กินเนื้อในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ยังเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าบริเวณที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบันเคยเป็นถิ่นอาศัยของนักล่าขนาดใหญ่เมื่อหลายล้านปีก่อน

เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อชนิดใหม่ของโลก และเป็นไดโนเสาร์ตัวที่ 12 ที่ถูกค้นพบในประเทศไทย มีขนาดใหญ่ โดยมีความยาวไม่ต่ำกว่า 8 เมตร ซากฟอสซิลของมันมีอายุประมาณ 115 ล้านปี อยู่ในช่วงปลายยุคจูแรสซิกถึงต้นยุคครีเทเชียส การค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของ สยามแรปเตอร์ สุวัจน์ติ เกิดขึ้นที่บ้านสะพานหิน ตำบลสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับนักล่าโบราณที่เคยอาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้ การศึกษาฟอสซิลชี้ให้เห็นว่า Siamraptor suwati เป็นสมาชิกของกลุ่ม Carcharodontosauria ซึ่งเป็นกลุ่มไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ที่มีฟันแหลมคมและทรงพลัง

มินิโมเคอร์เซอร์ ภูน้อยเอนซิส (Minimocursor phunoiensis)

เจ้าของฉายา นักวิ่งตัวจิ๋วจากแหล่งภูน้อย เป็นไดโนเสาร์ชนิดใหม่ที่ค้นพบในประเทศไทย โดยเป็นไดโนเสาร์ตัวที่ 13 ที่ถูกค้นพบในประเทศนี้ มีการค้นพบที่แหล่งซากดึกดำบรรพ์ภูน้อย ต.ดินจี่อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ โดยทีมวิจัยศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม

การขุดค้นพบตัวอย่างชิ้นนี้เป็นหนึ่งในไดโนเสาร์ที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย ด้วยสภาพตัวอย่างที่เจอเป็นโครงกระดูกเรียงต่อกันแทบทั้งตัว จากแหล่งภูน้อย จ.กาฬสินธุ์ ยุคจูราสสิคตอนปลาย (ประมาณ 150 ล้านปี) การค้นพบนี้ถูกประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 เจ้านักวิ่งตัวจิ๋วจากแหล่งภูน้อย นี้เป็นไดโนเสาร์กินพืชขนาดเล็ก อยู่ในกลุ่มไดโนเสาร์เท้ากิ้งก่า (Ornithischia) คาดว่ามีความสามารถในการวิ่งได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งอาจเป็นกลไกสำคัญในการเอาตัวรอดจากนักล่าในยุคจูราสสิคตอนปลาย โดยรวมแล้ว ฟอสซิลไม่ได้เป็นเพียงแค่ซากดึกดำบรรพ์ของสิ่งมีชีวิต แต่เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยเปิดเผยเรื่องราวของโลกและชีวิตที่ดำเนินต่อเนื่องมายาวนานหลายพันล้านปี