ทม.มหาสารคาม เคลื่อน 9 ประเด็นสร้างความเข้มแข็งชุมชน ก้าวสู่การเป็นเมืองสุขภาวะที่ยั่งยืน

“ วันนี้ถือว่าเป็นวันฉลองชัยชนะของทั้ง 5 อปท.กับ 1 เทศบาลเมือง  สำหรับการการเดินทางก้าวแรกเพื่อขับเคลื่อนเมืองสุขภาวะของเทศบาลเมืองมหาสารคาม เพื่อเป้าหมายต่อไป คือ การประกาศให้มหาสารคามเป็นเมืองสุขภาวะอย่างแท้จริงภายในปี 2030 ” 

ภาคิน ติระพงศ์ไพบูลย์ นายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม

นี่คือคำประกาศของ นายภาคิน ติระพงศ์ไพบูลย์ นายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคามผู้นำในการขับเคลื่อน โครงการสร้างสุขภาวะเพื่อคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนเทศบาลเมืองมหาสารคาม ที่ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  บนเวทีจัดการความรู้สุขภาวะชุมชนเมืองตักสิลา ท่ามกลางภาคีเครือข่ายจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วมกว่า 600 คน  

ตลอดระยะเวลา 2 ปี 6 เดือน ที่เทศบาลเมืองมหาสารคามที่ดำเนินโครงการสร้างสุขภาวะเพื่อคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนเทศบาลเมืองมหาสารคาม โดยมุ่งเน้นการเสริมความเข้มแข็งและสร้างสุขภาวะชุมชนเขตเมือง  ผ่านการดำเนินงาน ใน 9 ประเด็น ได้แก่ การลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ โดยส่งเสริมชุมชนปลอดบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพิ่มพื้นที่ออกกำลังกาย และจัดการอาหารปลอดภัยในชุมชน การสร้างสังคมสุขภาวะ ผ่านการพัฒนาระบบดูแลเด็กปฐมวัย สร้างครอบครัวอบอุ่น และดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงการพัฒนาความน่าอยู่ของชุมชน ด้วยการจัดการขยะ ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ

เคลื่อน 9 ประเด็น สู่การสร้างความเข้มแข็งชุมชนอย่างยั่งยืน

โดยเทศบาลเมืองมหาสารคามพัฒนากลไกการจัดการพื้นที่ด้วยการสร้างการมีส่วนร่วมของ 5 องค์กรหลักในการพัฒนา ได้แก่ เทศบาลเมืองมหาสารคาม ผู้นำชุมชน 31 ชุมชน หน่วยภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันวิชาการ มาร่วมกันลดปัจจัยเสี่ยงและเพิ่มปัจจัยส่งเสริมสุขภาพ ให้เห็นเป็นรูปธรรม ใน 9 ประเด็น คือ

  • การควบคุมการบริโภคยาสูบ เทศบาลเมืองมหาสารคาม ได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการเก็บข้อมูลและควบคุมการสูบบุหรี่ ผ่านแอปพลิเคชัน TUM ซึ่งช่วยในการเก็บข้อมูลผลิตภัณฑ์ยาสูบ ติดตามพฤติกรรมการสูบบุหรี่ โดยเจ้าหน้าที่สามารถนำใช้ข้อมูลจาก แอพพลิเคชั่นมาวิเคราะห์ เพื่อออกแบบการจัดกิจกรรมควบคุมยาสูบในพื้นที่ได้อย่างแม่นยำและครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น นำไปสู่การจัดการควบคุมทั้งการปรับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ควบคุมร้านค้าจำหน่ายบุหรี่ และจัดการพื้นที่สาธารณะ  รวมถึงจัดตั้งคลินิกเลิกบุหรี่ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข เทศบาลเมืองมหาสารคาม โดยกลุ่มงานเภสัชกรรมด้วย
  • ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย โดยความหลากหลายและเข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกกลุ่มวัย ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงผู้สูงอายุ 3 รูปแบบ สถานศึกษา: ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อพัฒนาทั้งร่างกายและสมอง ชุมชน: สร้างลานออกกำลังกายสาธารณะ 1 ชุมชน 1 ลาน พร้อมอุปกรณ์ครบครัน เพื่อให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงได้ง่าย ผู้สูงอายุ: จัดกิจกรรมเสริมสร้างกล้ามเนื้อและกระดูก เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและป้องกันโรค 
  • พัฒนาระบบการดูแลเด็กปฐมวัย เทศบาลเมืองมหาสารคาม ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาระบบการดูแลเด็กปฐมวัยอย่างครอบคลุม โดยมุ่งเน้นการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาเด็กอย่างเต็มศักยภาพ ผ่าน 2 ส่วนหลัก คือ การสร้างการเรียนรู้เด็กปฐมวัยตามหลักสูตรไฮสโคป ที่ศพด.เทศบาลเมืองมหาสารคาม และพัฒนาระบบสื่อสารระหว่างครูและผู้ปกครองผ่านแอปพลิเคชัน Smart Kids
  • พัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุด้านสังคมและสุขภาพ ดำเนินการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุอย่างครอบคลุม โดยมุ่งเน้นการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้สูงอายุในทุกด้าน ผ่านการบูรณาการบริการต่างๆ เช่น ดูแลสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ  พัฒนาศูนย์เรียนรู้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ ฟื้นฟูสุขภาพ และมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดูแลผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิง เช่น แอปพลิเคชัน Smart Health LCT เป็นต้น
  • ส่งเสริมสวนผักในครัวเรือนและเพิ่มพื้นที่ตลาดสีเขียว ริเริ่มโครงการ “เกษตรเลี้ยงเมือง” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษบริโภคเอง และสร้างระบบอาหารที่ปลอดภัยในชุมชนขยายและพัฒนาตลาดสีเขียวเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงผักปลอดสารพิษได้ง่ายขึ้น
  • การจัดการขยะที่ยั่งยืน ดำเนินการจัดการขยะอย่างครอบคลุม โดยมุ่งเน้นการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยสร้างชุมชนต้นแบบ ส่งเสริมให้ประชาชนคัดแยกขยะ ส่วนกลางทาง มีระบบเก็บขนขยะ  ขณะที่การจัดการขยะปลายทาง มีแผนก่อสร้างโรงกำจัดขยะและแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า
  • การป้องกันความรุนแรงในครอบครัว ดำเนินการโครงการป้องกันความรุนแรงในครอบครัว โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน ผ่านกิจกรรมและโครงการต่างๆ เช่น จัดตั้งกลุ่มช่วยเหลือเฝ้าระวังความรุนแรงในครอบครัวในระดับชุมชนและสถานศึกษา จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหา
  • การจัดการภัยพิบัติ ดำเนินการยกระดับการจัดการภัยพิบัติเพื่อสร้างเมืองที่มีความยืดหยุ่น (Resilience) โดยมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมรับมือและฟื้นฟูจากภัยพิบัติต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรชุมชน
  • การส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ ได้ริเริ่มโครงการตลาดเขียวเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชน โดยมีเป้าหมายหลักในการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าชุมชนและผลิตภัณฑ์ปลอดภัยให้กับผู้บริโภค
เวทีจัดการความรู้สุขภาวะชุมชนเมืองตักสิลา

ผสานการทำร่วม 5 อปท. เคลื่อนงานเป็นระบบ

สำหรับการขับเคลื่อนโครงการครั้งนี้ เทศบาลเมืองมหาสารคามได้ร่วมมือกับเครือข่าย 5 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 แห่ง  ประกอบด้วย อบต.แก่งเลิงจาน อบต.เกิ้ง อบต.เขวา ทต.บรบือ และทต.โกสุมพิสัย  ส่งผลให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม และเกิดตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ เช่น ลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ จากเดิม 3,078 คน เหลือ 2,059 คน  (ร้อยละ 33.11)  เพิ่มจำนวนผู้ออกกำลังกาย จากเดิม 17,035 คน เป็น 19,127 คน (ร้อยละ 12.28)  เพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กปฐมวัย จากเดิม 177 คน เป็น 350 คน (ร้อยละ 97.74) เพิ่มวันจำหน่วยตลาดเขียว และมีการส่งเสริมการผลิตพืช ผักระดับครัวเรือนและเพิ่มวันจำหน่ายตลาดเขียว จากเดิม 2 แห่ง เป็น 7 แห่ง (ร้อยละ 250)  เพิ่มจำนวนครัวเรือนที่มีการจัดการขยะเองได้ จากเดิม 5,282 ครัวเรือน เป็น 12,060 ครัวเรือน  (ร้อยละ 128.32)  เป็นต้น 

นายภาคิน ระบุว่า ความสำเร็จดังกล่าว เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเมืองสู่ความยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเห็นพ้องต้องกันของผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั้ง 5 แห่ง ในการมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ การสร้างเมืองสุขภาวะที่ยั่งยืน

“เมืองของเราจะน่าอยู่หรือไม่น่าอยู่ จะเป็นเมืองสุขภาวะได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง ทั้งผู้นำท้องถิ่นที่เข้มแข็ง ประชาชนที่มีส่วนร่วม และเครือข่ายที่แข็งแกร่ง  ผมขอชื่นชมทุกท่านที่ร่วมสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับเมืองของเรา วันนี้ก้าวที่หนึ่งเราสําเร็จแล้ว ต่อไปเราจะขับเคลื่อนให้ครบทั้ง 31 ชุมชนต่อไป”

ภาคิน ติระพงศ์ไพบูลย์ นายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม

สสส. ช่วยประสานเครือข่าย หนุนเสริมองค์ความรู้ เกิดการทำงานร่วมเป็นระบบ

ด้าน ดร.นิสา รัตนดิลก ณ ภูเก็ต   รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สสส กล่าวว่า โครงการนี้ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ ผู้ป่วยเรื้อรัง และเพิ่มจำนวนผู้ออกกำลังกาย พร้อมทั้งส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาของเด็กปฐมวัย และการทำเกษตรอินทรีย์ ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยมีเทศบาลเมืองมหาสารคามเป็นแกนนำในการขับเคลื่อน และมีเครือข่ายชุมชนกว่า 60 แห่งเข้าร่วม  ซึ่งสามารถเป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนสุขภาวะในระดับพื้นที่ และขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ โดยเน้นการบูรณาการข้อมูลจากทุกภาคส่วน เพื่อกำหนดเป้าหมายร่วมกัน และขับเคลื่อนสู่การเป็นจังหวัดสุขภาวะในอนาคต

“ สสส. เข้ามาเป็นน้ำมันหล่อลื่น  เข้ามาเป็นตัวจุดประกาย เข้ามาเป็นตัวเชื่อมในการสานเครือข่าย ต้องขอบคุณท่านนายกฯ ท่านปลัด ท่านแกนนําทั้ง 6 เครือข่าย  ที่ร่วมขับเคลื่อนมาด้วยกัน เราจึงอยากชวนก้าวต่อไป  อยากให้เวทีนี้เป็นเวทีของการร่วมคิดร่วมที่จะเรียนรู้ ร่วมทําแล้วก็ร่วมสร้างอย่างเปลี่ยนแปลง

ดร.นิสา รัตนดิลก ณ ภูเก็ต   รักษาการผู้อำนวยการ สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สสส.

นางจันทนา อึ้งชูศักดิ์  ประธานกรรมการกำกับทิศทางของแผนสุขภาวะชุมชน พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวชื่นชมความสำเร็จของเทศบาลเมืองมหาสารคามว่า มาจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานราชการและภาคประชาสังคม โดยเฉพาะการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี 

“ สองปีครึ่ง เรามีพื้นที่ออกกําลังกาย เรามีตลาดเขียว เรามีพื้นที่สําหรับผลิตอาหารปลอดภัย มีการคัดแยกขยะและอื่นๆ ซึ่งต้องขอแสดงความยินดีกับคนมหาสารคาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในเขตเทศบาลแล้วก็อีก 5 อบต.ที่เราร่วมมือกันทํางานในครั้งนี้”

นางจันทนา อึ้งชูศักดิ์  ประธานกรรมการกำกับทิศทางของแผนสุขภาวะชุมชน พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ