เรื่อง กองบรรณาธิการ
ในวันที่แอปพลิเคชันวัดค่าอากาศในมือถือของใครหลายคนเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มสลับส้ม กลิ่นควันไฟและฝุ่นละออง PM 2.5 กลายเป็น “แขกที่ไม่ได้รับเชิญ” ซึ่งมาเยือนเราเป็นประจำทุกปีจนเกือบจะเป็นความเคยชินที่น่าเศร้า แต่ท่ามกลางวิกฤตที่ดูเหมือนจะไร้ทางออก บนเทือกเขาที่ทอดยาวในจังหวัดชัยภูมิ… กลับมีกลุ่มคนที่ลุกขึ้นมาพิสูจน์ว่า เราสามารถทวงคืนอากาศสะอาดและผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์กลับมาได้ หากเราเชื่อมั่นในพลังของกันและกัน
ชัยภูมิ ปอดของอีสานที่ต้องได้รับการปกป้อง
จากข้อมูลสถิติทรัพยากรธรรมชาติปี 2566 – 2567 พบว่า จังหวัดชัยภูมิมีพื้นที่ป่ามากถึง 2,499,053 ไร่ คิดเป็น 31.49% ของจังหวัด ครองแชมป์อันดับ 1 ผืนป่าที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน โดยมี “เทือกเขาภูแลนคา” เป็นสันหลังสำคัญที่ทอดตัวยาวครอบคลุมหลายอำเภอ ตั้งแต่ภูเขียวไปจนถึงบ้านเขว้า เป็นต้นกำเนิดแม่น้ำชีและลำปะทาว
ป่าผืนนี้คือต้นทุนทางสุขภาพที่ประเมินค่าไม่ได้ เพราะป่าที่สมบูรณ์หมายถึงอาหารที่บริสุทธิ์และอากาศที่สะอาด แต่ที่ผ่านมา “ปอด” แห่งนี้กลับถูกทำลายด้วยไฟป่าครั้งใหญ่ ในปี 2559 ป่าถูกเผาไปเกือบ 3,000 ไร่ และในปี 2563 เกิดซ้ำที่ป่าภูหลงอีกกว่า 1,300 ไร่ ทิ้งไว้เพียงเถ้าถ่านและความสูญเสียทางระบบนิเวศ

การรวมตัวของ 9 อปท. และชาวบ้านอาสาสมัครเพื่อพิทักษ์ภูแลนคา
เมื่อไฟมา ป่าหมด แหล่งอาหารหาย สุขภาพคนในพื้นที่จึงสั่นคลอน ปฏิบัติการฟื้นคืนผืนป่าจึงเริ่มต้นขึ้น โดยเป็นการต่อยอดจากฐานชุมชนและแรงศรัทธาที่ พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล วัดป่าสุคโต ได้รวบรวมชาวบ้านไว้ในช่วงเริ่มต้น นำมาสู่การผนึกกำลังครั้งสำคัญของ เครือข่าย 9 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รอบเทือกเขาภูแลนคา ภายใต้การสนับสนุนจากศูนย์สนับสนุนทางวิชาการเพื่อขับเคลื่อนเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นภาคอีสาน สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สสส.
เครือข่ายนี้ประกอบด้วย อำเภอภูเขียว อบต.โอโล, อบต.กวางโจน, อ.แก้งคร้อ อบต.หนองขาม, อบต.นาหนองทุ่ม, อบต.ท่ามะไฟหวาน, อบต.เก่าย่าดี, และเทศบาลตำบลโคกกุง อ.เกษตรสมบูรณ์ อบต.บ้านหัน โดยมีเทศบาลตำบลธาตุทองเป็นศูนย์ประสานงานกลาง
เมื่อก่อนเราต่างคนต่างดูแลแค่พื้นที่ตัวเอง แต่ตอนนี้เรามีเครือข่าย เราแชร์ข้อมูล แชร์รถดับเพลิง และเดินหน้าภายใต้กรอบแนวทางเดียวกัน ทำให้งานเคลื่อนไปได้รวดเร็วขึ้นมาก
นายยุทธศาสตร์ วัชรธนาคม นายกเทศมนตรีตำบลธาตุทอง กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลง

นวัตกรรมจัดการป่า 8 ระบบ 4 มาตรการ
เครือข่ายไม่ได้สู้ด้วยแรงกายเพียงอย่างเดียว แต่ใช้การจัดการเชิงระบบอย่างยั่งยืนผ่าน 8 ระบบปฏิบัติการ
- อาสาสมัคร 3 ระดับ จัดตั้งทีมหมู่บ้าน ตำบล และเครือข่าย ฝึกทักษะการดับไฟและทำแนวกันไฟอย่างเข้มข้น
- ศูนย์การจัดการภัยพิบัติตำบล ใช้ท้องถิ่นเป็นศูนย์กลางสั่งการและประสานงานร่วมกับส่วนราชการ
- กองทุนจัดการภัยพิบัติ ระดมทรัพยากรและงบประมาณให้พร้อมใช้งานทันที ไม่ติดขัดขั้นตอนราชการ
- ระบบข้อมูลแม่นยำ นำเครื่องมือ TCNAP และ RECAP มาปักหมุดจุดเสี่ยงและลิสต์ข้อมูลกลุ่มเปราะบางเพื่อเข้าช่วยเหลือได้ทันที
- แผนจัดการ 3 ระยะ ครอบคลุมทั้งก่อนเกิดเหตุ (ป้องกัน), ขณะเกิดเหตุ (เผชิญเหตุ), และหลังเกิดเหตุ (ฟื้นฟู)
- การสื่อสารรอบด้าน ใช้ทุกช่องทางตั้งแต่ Line, Facebook ไปจนถึงหอกระจายข่าวเพื่อแจ้งเหตุและคัดกรองข้อมูล
- ระบบบัญชาการส่วนหน้า ตัดสินใจและแก้ปัญหา ณ จุดเกิดเหตุจริงอย่างมีประสิทธิภาพ
- การเชื่อมโยงเครือข่าย ผนึกกำลังข้ามเขตแดน ส่งกำลังช่วยตำบลข้างเคียงได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุรุนแรง
พร้อมขับเคลื่อนผ่าน 4 มาตรการจัดการภูมินิเวศ คือ ป้องกัน (ทำแนวกันไฟ), รักษา (ใช้ธรรมนูญป่าที่มีบทปรับ 500-10,000 บาท), ฟื้นฟู (ปลูกป่าทดแทน), และ ใช้ประโยชน์ (เก็บของป่าอย่างถูกวิธี)



ปิดป่า… เพื่อเปิดความมั่นคงทางอาหาร
ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งคือจำนวนไฟป่าลดลงถึง 67.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้ PM 2.5 ลดลงตามไปด้วย มาตรการ “ปิดป่า”ตามฤดูกาลช่วยให้ธรรมชาติ Reset ตัวเอง ลูกไม้รอดตายเพิ่มขึ้นจากหลักร้อยเป็นหลักหมื่นต้น หน่อไม้ เห็ด และพืชป่ามีเวลาเจริญเติบโตจนเต็มที่ ส่งผลให้เมื่อถึง “ฤดูเปิดป่า” ชาวบ้านสามารถเก็บหาของป่าได้มากขึ้น กลายเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่ยั่งยืนและสร้างรายได้ให้ครัวเรือนอย่างแท้จริง
นายไพบูลย์ บุญโยธา รักษาราชการแทนปลัดเทศบาลตำบลธาตุทอง กล่าวว่า เราเริ่มต้นจาก 9 อปท. ซึ่งเป็นเครือข่ายเล็ก ๆ แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นของ อปท.ที่เขาสนใจอยากจะมาร่วม หรือ ต้องการใช้รูปแบบในการขยายพื้นที่ อปท.ร่วมกัน ในการต่อยอดคือเรื่องของจังหวัดครับ ทั้งเรื่องจังหวัดสะอาด เรื่องของขยะ รวมถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิก็ดี เพราะเรามีส่วนหนึ่ง คือ สมาชิกสภา อบจ หรือ สจ.มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานกับเรา อีกประเด็นคือ เราจะต่อยอดไปถึงระดับจังหวัด ให้เขานำแผนพัฒนาและโครงการที่เราทำอยู่เข้าไปสู่จังหวัดด้วย บรรจุอยู่ในแผนจังหวัด ซึ่งเขาทำอยู่แล้วครับ แต่รายละเอียดอยู่ที่เรา และขยายไปที่ อปท. 100 กว่าแห่งที่ยังเหลืออยู่ เรามีความหวังในเรื่องของการต่อยอดในอนาคตต่อไป อาจจะได้ม่มากไม่น้อย แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างความร่วมมือครับ
นี่คือบทพิสูจน์ว่า เมื่อชุมชนเข้มแข็งและมีระบบการจัดการที่ดี ลมหายใจที่สะอาดและป่าที่อุดมสมบูรณ์ก็ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อม